ทุกวันนี้เทรนด์รักสุขภาพมาแรงแซงทางโค้งกันเลยนะคะ หันไปทางไหนก็เจอแต่คนออกกำลังกาย คุมอาหาร รักษาสุขภาพดี๊ดี และแน่นอนว่าหลากหลายตำราก็ถูกปล่อยออกมาในโลกไซเบอร์ ป้าเชื่อว่าหลายๆ คนก็คงจะมีคำถามเหมือนตัวป้าใช่ไหมคะว่า บางตำราก็บอกให้กินมื้อย่อยๆ ซอยถี่ๆ บางตำราก็ว่าจัดมื้อใหญ่ๆ ให้ครบแคลอรี่ ไม่ต้องกินจุกจิก เอิ่ม....แล้วควรทำตามตำราไหนล่ะคะนี่ ที่จะได้ฟิตแอนด์เฟิร์มกะเขาบ้าง
"กินมื้อย่อย กินทุก 2-3 ช.ม. ดีกว่าทานแบบมื้อใหญ่ๆ 3 มื้อ เพราะช่วยร่างกายให้เก็บคาร์โบไฮเดรตไว้ในกล้ามเนื้อ หรือที่เราเรียกว่าไกลโคเจนในกล้ามเนื้อ ทำให้ไกลโคเจนในกล้ามเนื้อคงที่ตลอดเวลา มีแรงยกเวทหนักๆ"
กินมื้อย่อยๆ หลายๆ มื้อก็ดูดีน๊าา แต่ว่ามนุษย์ออฟฟิศจะทำไงล่ะคะ มัวแต่มานั่งเบรคทุกๆ 2-3 ชั่วโมงสงสัยว่าเจ้านายจะเหล่เป็นแน่ เอ้า...อยากสวยก็อยาก อยากผอมก็ยิ่งอยาก แล้วจะทำยังไงดีล่ะคะ งั้นลองหาวิธีที่เหมาะและง่ายกับตัวเราก่อนดีกว่า เลือกแบบไหนที่เหมาะกับเรา เราชอบแบบไหน ก็จะทำแล้วได้ผลดีกว่า
1. ถ้าการทานมื้อย่อยแล้วคุณสามารถควบคุมแคลอรี่ได้ดี การทานมื้อย่อยก็จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้
2. ถ้าการทานมื้อย่อย คุณไม่สามารถควบคุมแคลอรี่ได้ มักจะกินเกินทุกๆ มื้อ เพราะมันน้อยเกินไป หรือกินไม่อิ่ม ก็จะส่งผลให้การลดน้ำหนักของคุณเป็นไปได้ช้ากว่าปกติ หรือแย่กว่านั้นคือ แทนที่น้ำหนักจะลดกลับเพิ่มขึ้นซะงั้น
3. ถ้าคุณไม่ชอบที่จะกินอะไรทีละเยอะๆ ก็แบ่งย่อยกินมื้อเล็กไปค่ะ ไม่ต้องฝืน ไม่ต้องบังคับตัวเองให้ยัดข้าวเป็นชามๆ
ทีนี้ก็มาทำความเข้าใจหลักการทำงานของร่างกายเราก่อนนะคะ ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนอะไรเลย
1. กินเยอะกว่าที่เราใช้ (พลังงานมากเกินไป) เราก็อ้วน
กฏข้อแรกของความอ้วน คือการที่เราได้รับพลังงานมากเกินไป (ไม่ว่าจะมาจากโปรตีน ไขมัน แป้ง น้ำตาล ได้รับเยอะไปก็อ้วนเหมือนกันหมด) ข้อนี้ โทษตัวเองที่กินแบบไม่ยับยั้งชั่งใจ และโทษตัวเองที่ไม่ค่อยออกกำลังกายได้เลย!
2. กินน้อยกว่าที่เราใช้ (พลังงานน้อย แต่ได้สารอาหารพอดีๆ) เราก็จะผอม
ทีนี้หากว่าเราได้รับพลังงานเพียงพอต่อที่เราต้องการ แต่มีการออกกำลังกายให้เกิดการ burn มากขึ้น เราก็จะเกิดการนำไขมันออกมาใช้ หรือไม่สะสมไขมันเพิ่ม ซึ่งปัจจัยหลักๆของการฟิตหุ่นก็มีสามข้อนี้
– การออกกำลัง แบบ Cardio เน้นการนำไขมันไปใช้ – การคุมอาหาร ไม่ให้กินมากเกินไป ทำให้เราไม่เก็บไขมันเพิ่ม – การออกกำลัง แบบ Weight Training เน้นการทำให้ร่างกายแข็งแรง ฟิต
ซึ่งทั้งสามอย่างนี้นี่แหละ ที่สำคัญมากต่อการฟิตหุ่นของเรา
แต่ถ้าเรากินน้อยกว่าที่เราใช้ แต่ขาดสารอาหาร เราก็จะผอมแบบโทรมๆ เหี่ยวๆ
3. ร่างกายเราปรับตัวได้ตามเวลาอาหารที่เรากิน
ที่นี้มาพูดถึงเวลาการกินกันบ้าง ในเมื่อร่างกายคนเรานั้น มีการปรับเวลาที่น้ำย่อยจะออกมา ตามพฤติกรรมการกินของเรา จึงทำให้คนที่กินไม่เป็นเวลา แบบไม่มีการวางแผน อาจจะเกิดปัญหาโรคกระเพราะได้ แต่การกินไม่ตามเวลาปกติ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ (คนที่ทำงานกลางคืน ก็ไม่ได้กินตามเวลาชาวบ้าน) เพราะพอเราทำอะไรเป็น pattern เดิมๆ ร่างกายก็จะปรับตัวได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าการพยายาม “หลอกร่างกาย” ด้วยการกินแบบแปลกๆ สุดท้ายร่างกายก็ปรับตัว รู้ทันอยู่ดี
ดังนั้น กินตามที่ปกติเรากิน เช่น ถ้าว่างกิน 3 มื้อ ก็กิน 3 มื้อ แต่ถ้าไม่ว่าง ก็สร้างพฤติกรรมให้เราสามารถกินได้ โดยไม่หิว ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ โดยไม่ต้องพยายามหาวิธี “แปลกๆ” มาทำให้ลำบาก
และอีกข้อที่เราควรรู้คือ ยิ่งกินหลายมื้อ ไม่ได้แปลว่าเราจะเผาผลาญพลังงานเยอะ
เพราะร่างกายเรา ใช้พลังงานในการ “ย่อยอาหาร” ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
แต่การเพิ่มจำนวนมื้อ ไม่ได้ช่วยทำให้เราเผาผลาญมากขึ้น เพราะร่างกายก็ยังย่อยอาหาร เท่าเดิม (ถ้าเรากินเท่าเดิมทั้งวัน)
หากว่าเป้าหมายของเราคือการลดไขมัน แต่ถ้าเรากินหลายมื้อ เช่น 4-6 มื้อ และได้รับพลังงานเยอะกว่าที่ควรจะได้รับ สุดท้ายก็อ้วนอยู่ดี!!
ดังนั้นเลือกให้เหมาะกับตัวเรานะคะ อยากหุ่นดีต้องใช้เวลา ที่สำคัญคือมีวินัยนะคะสาวๆ หนุ่มๆ ทั้งหลาย
สู้ไปด้วยกันกับป้าน๊าาาาา ฮึ๊บๆ
ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Drop Dead Healthy and Fitjunctions ค่ะ



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น